มิติเศรษฐกิจ

Performance

ผลการดำเนินงานเชิงเศรษฐกิจ


การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถผันตัวเองไปเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ โดยแนวโน้มดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายไฟฟ้าซึ่งเป็นรายได้หลักของ กฟภ. เพื่อปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวและรักษาสภาวะของกิจการให้ดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง กฟภ. จึงบริหารงานด้วยนโยบายการเงินที่รอบคอบ และเตรียมความพร้อมที่จะขยายขอบเขตธุรกิจใหม่ๆ ที่นอกเหนือไปจากธุรกิจหลัก โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้ให้บริการสาธารณูปโภคดิจิทัลภายในปี 2565 เพื่อกระจายมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ได้รับไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม และร่วมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับชุมชนและสังคมต่อไป  (103-1

เป้าหมาย [103-2]
• เพิ่มอัตราผลตอบแทนจากการดำเนินงาน
• ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

กลยุทธ์ [103-2]
• เพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยมีการบริหารและจัดการสินทรัพย์อย่างเต็มประสิทธิภาพ
• ลดหน่วยสูญเสียในระบบไฟฟ้า

การบริหารจัดการ [103-2]
• จัดทำและดำเนินงานตาม Asset Management Roadmap ซึ่งมีการกำหนดกรอบนโยบาย วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และแนวทางการดำเนินงานในการบริหา สินทรัพย์องค์กรที่ชัดเจนตั้งแต่กระบวนการได้มา การใช้งาน การดูแลบำรุงรักษาและการจำหน่าย เพื่อให้ค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานอยู่ในจุดที่เหมาะสม
• กำหนดให้มีการติดตามประเมินผลในการบริหารสินทรัพย์ขององค์กร เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาในการบริหารสินทรัพย์ที่ตรงประเด็น และก่อให้เกิดการลงทุนในสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้กับ กฟภ. อย่างแท้จริง
• พัฒนาระบบฐานข้อมูลระบบไฟฟ้าขอองค์กร (IT/OT Integration) เพื่อใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจบริหารของผู้บริหาร รวมทั้งประเมินระดับความพร้อมในการใช้งาน หรือสุขภาพของสินทรัพย์ เพื่อวางแผนการบำรุงรักษาที่เหมาะสม
• กำหนดนโยบายในการลงทุนและออกแบบ Potential Portfolio Strategies ในการบริหารภาพรวมของการลงทุนในธุรกิจต่างๆ ทั้งผ่านกลไกการดำเนินงานของ กฟภ. และบริษัทในเครือ เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับองค์กร รวมทั้งเกิดการพัฒนาธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
• ส่งเสริมการลงทุน และสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่เป็นประโยชน์ต่อ กฟภ.

ผลการดำเนินงานที่สำคัญปี 2562 [103-3]
• ได้รับอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ AAA ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต Stable จากทริสเรทติ้ง
• ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม (ROA) อยู่ที่ 3.17
• อัตราส่วนการทำกำไร (Profit Margin) อยู่ที่ 2.64
• อัตราส่วนการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวม (Total Asset Turnover) อยู่ที่ 1.26
• อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 1.40
• ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงจากการปรับปรุงกระบวนการอยู่ที่ 40.10 ล้านบาท
• ร้อยละของหน่วยสูญเสียในระบบจำหน่าย (Loss)
อยู่ที่ 5.37
• รายได้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องอยู่ที่ 6,282.65 ล้านบาท

การวางแผนปรับปรุงการดำเนินงานในอนาคต [103-3]
• เพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการสร้างรายได้ของสินทรัพย์ โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะได้รับการรับรองระบบการบริหารสินทรัพย์ (Asset Management Standard: ISO 55000) ในปี 2565
• บูรณาการฐานข้อมูลและระบบในการสนับสนุนลูกค้าที่สมบูรณ์ (Fully Completed CRM) เพื่อสร้างประโยชน์ในด้านการให้บริการลูกค้าการตลาด การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และการให้บริการอื่นๆ ที่ตอบสนองความต้องการ/ความคาดหวังของลูกค้าในอนาคต เพื่อสร้างรายได้ให้กับ กฟภ.


การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหรือบริการสนับสนุนอื่นๆ

นอกเหนือไปจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการจัดหาและให้บริการพลังงานไฟฟ้าตามภารกิจหลักของ กฟภ. แล้ว กฟภ. ยังได้ขยายขอบเขตการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนภาคการเกษตรซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยเป็นอย่างมาก โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดต้นทุนในภาคเกษตรของเกษตรกรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนให้มีการเข้าถึงปัจจัยการผลิต ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ชนบทมากขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในชนบทที่ยั่งยืนต่อไป (103-1)

การส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างภายในประเทศ

กฟภ. ให้ความสำคัญในการกระจายรายได้สู่ชุมชนภายในประเทศ โดยสนับสนุนผู้ประกอบการที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าภายในประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการของไทยมีการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าให้มีคุณภาพและมาตรฐานตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งจะก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนภายในประเทศ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน [103-1]

การยกระดับไฟฟ้าให้เป็นเลิศด้วยดิจิทัล [former EU6] [EU10] [EU12]

กฟภ. ให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรฐานด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ เชื่อมโยงทุกกิจกรรมของอุตสาหกรรมไฟฟ้าเข้าด้วยกัน และรองรับกับโครงสร้างของระบบสาธารณูปโภคและอุตสาหกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต เพื่อส่งต่อพลังงานไฟฟ้าที่มีความมั่นคง ปลอดภัย เชื่อถือได้ และเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งในปัจจุบันแลอนาคตโดยการพัฒนาระบบจำหน่ายของ กฟภ. ในปี 2562 จะยังคงเป็นไปตามแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) [103-1]

การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระบบจำหน่ายไฟฟ้า

เป้าหมาย [103-2]
• ยกระดับบทบาทของงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การพัฒนากระบวนการทำงานและการขยายผลเชิงพาณิชย์

กลยุทธ์ [103-2]
• พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่เสริมสร้างความมั่นคงสร้างมาตรฐานที่เป็นเลิศ มุ่งสู่ความทันสมัย และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้ กฟภ.

ผลการดำเนินงานที่สำคัญปี 2562 [103-3]
• ความสำเร็จของแผนงานการพัฒนาระบบการจัดการนวัตกรรมองค์กร (Corporate Innovation System) อยู่ในระดับ 3

การวางแผนปรับปรุงการดำเนินงานในอนาคต [103-3]
• ยกระดับแผนงานการพัฒนาระบบการจัดการนวัตกรรมองค์กร (Corporate Innovation System)ให้นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึง Business Model ใหม่ๆ ได้ภายในปี 2563

การบริหารจัดการ [103-2]
• นักวิจัยและผู้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง มีการประเมิน
ความเป็นไปได้ทางธุรกิจของผลงานเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ในอนาคต รวมทั้งมีการวางแผนเพื่อบริหารจัดการและดำเนินการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
• จัดสรรงบประมาณในอัตราร้อยละ 3 ของรายได้สุทธิ คิดเป็นจำนวนเงินเฉลี่ยปีละ 100-130 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนกองทุนการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม
• สนับสนุนทุนแก่หน่วยงานวิจัยภายในประเทศหรือสถาบันวิจัยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการทางวิชาการใน 4 รูปแบบ ดังนี้

  • ให้ทุนสนับสนุนเต็มจำนวน
  • วิจัยร่วม (Co-research)
  • ร่วมทุนวิจัย (Co-funding)
  • รูปแบบอื่นๆ ตามที่ตกลงร่วมกัน
    • สนับสนุนทุนแก่หน่วยงานวิจัยภายใน กฟภ. โดยให้ทุนสนับสนุนไม่เกิน 300,000 บาทต่อโครงการ
    • สนับสนุนทุนแก่วิสาหกิจเริ่มต้น (วิสาหกิจเริ่มต้น คือ กิจการที่ใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจ หรือเป็นไปตามกฎหมายกำหนด) สำหรับดำเนินการในเชิงพาณิชย์ โดยให้ทุนสนับสนุนโครงการ 3 ระยะ ดังนี้
  • ระยะที่ 1 : พัฒนาแนวคิดและศึกษาความเป็นไปได้ของผลงานวิจัยในเชิงพาณิชย์ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน
    มีกรอบงบประมาณไม่เกิน 10,000,000 บาท
  • ระยะที่ 2 : พัฒนาผลงานวิจัยต้นแบบระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน มิได้ระบุขอบเขตของกรอบงบประมาณ
  • ระยะที่ 3 : พัฒนาผลงานวิจัยต้นแบบไปสู่ขั้นการขยายผลใช้งานทั่วทั้งองค์กร หรือทดลองผลิตในระดับอุตสาหกรรม หรือเชิงพาณิชย์ ระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน มิได้ระบุขอบเขตของกรอบงบประมาณ